dot
dot
dot
bulletเพลย์กรุ๊ปภาษาจีนกลาง
bulletภาษาจีนกลางสำหรับเด็กเล็ก
bulletภาษาจีนสำหรับเด็กโต
bulletการออกเสียงภาษาจีนพินอิน
dot
dot
bulletซีดี-ดีวีดี CD-DVD
bulletบัตรคำศัพท์ Flash Cards
bulletพจนานุกรม Dictionary
bulletหนังสือนิทาน Picture Books
bulletพินอิน Chinese Pinyin
dot
dot
bulletวาดภาพพู่กันจีน
bulletChinese Evening Fun Club
dot
dot
bulletตารางเรียน
dot
dot
bulletคอร์สภาษาจีนช่วงปิดเทอม
bulletกิจกรรมหลักสูตรภาษาจีน
dot

dot




พินอินคืออะไร
 
 

“พินอิน” พ่อแม่หลายคนที่มีน้องๆกำลังเรียนภาษาจีนอยู่คงเคยได้ยินคำนี้มาบ้าง และคงสงสัยว่า เอ๊ะ...เจ้า “พินอิน” ที่ว่านี้คืออะไร มีหน้าตาอย่างไร และเกี่ยวอะไรกับภาษาจีน? วันนี้ Learning East อาสาไขข้องใจให้ทุกคนหายสงสัย โดยเราจะพาคุณพ่อคุณแม่มารู้จักพินอินแบบอินไซด์กันเลยค่ะ

พินอินคืออะไร?

พินอิน (拼音pīn yīn) คือ ระบบการถอดเสียงภาษาจีนด้วยตัวอักษรละติน หรือตัวอักษรภาษาอังกฤษ a-z ที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ปัจจุบันการออกเสียงระบบพินอินใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศจีน สิงคโปร์ ไต้หวัน และประเทศที่มีการเรียนการสอนภาษาจีนกลางสำหรับคนต่างชาติ เพราะถือว่าเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้คนต่างชาติเรียนภาษาจีนกลางได้สะดวกรวดเร็ว และออกเสียงได้ถูกต้องชัดเจนมากขึ้น

พินอินมีหน้าตายังไง?

พินอินมีหน้าตาพื้นฐานเหมือนภาษาอังกฤษทั่วไปที่เราคุ้นเคย เพียงแต่เพิ่มเติมเสียงวรรณยุกต์ซึ่งเป็นลักษณะขีดสั้นๆวางไว้บนตัวอักษร เพื่อเป็นการบอกโทนเสียงของคำเหล่านั้น เช่น 
คำว่า “ไหม” ภาษาจีนกลาง คือ 吗 พินอิน คือ “ma”  ออกเสียงว่า “มะ” 
คำว่า “คุณแม่” ภาษาจีนกลาง คือ 妈 พินอิน คือ “mā”  ออกเสียงว่า “มา” 
คำว่า “ม้า” ภาษาจีนกลาง คือ 马 พินอิน คือ “mǎ”  ออกเสียงว่า “หม่า” 

พินอินแตกต่างจากภาษาอังกฤษยังไง?

สิ่งที่พินอินแตกต่างจากภาษาอังกฤษ คือ 

1. มีการเพิ่มสัญลักษณ์แทนโทนเสียงกำกับด้านบนตัวอักษรภาษาอังกฤษ คล้ายกับวรรณยุกต์ในภาษาไทย เช่น  

“cǎo méi” ประกอบด้วยเสียงที่ 3 (สัญลักษณ์ ˇ ) และเสียงที่ 2 (สัญลักษณ์ / )   

เมื่อเห็นสัญลักษณ์ เราจึงทราบว่าอ่านออกเสียงว่า “ฉ่าว เหมย” ไม่ใช่ “ฉาว เหมย” หรือ “ฉาว เหม่ย”          

2. การออกเสียงไม่เหมือนภาษาอังกฤษ ถึงแม้จะใช้ตัวอักษรละตินแต่การออกเสียงเป็นแบบเฉพาะของระบบพินอินเอง เช่น 

ตัว c ใน “cǎo méi” ออกเสียงคล้าย “ฉ” 

ขณะที่ในภาษาอังกฤษ ตัว c จะออกเสียงคล้าย “ค” เช่น cow หรือ corn เป็นต้น  

               

พินอินมีที่มาอย่างไร? เริ่มใช้ตั้งแต่เมื่อไหร่?

เดิมทีรัฐบาลจีนมีวัตถุประสงค์ให้สร้างระบบพินอินขึ้นมา เพื่อเพิ่มอัตราการรู้หนังสือของคนในประเทศ เพราะขณะนั้นมีคนจีนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ถึง 85%

ในปี ค.ศ.1955 รัฐบาลจีนจึงได้ก่อตั้งหน่วยงานที่ชื่อ “คณะกรรมการปฏิรูปภาษาเขียนของจีน” และมอบหมายให้นักภาษาศาสตร์นาม 周有光 (Zhōu Yǒuguāng) ซึ่งต่อมาได้ฉายาว่าบิดาแห่งพินอินเป็นหัวหน้าทีม และใช้เวลาพัฒนาพินอินถึง 3 ปีเต็ม 

พินอินมีประโยชน์ยังไง? ทำไมต้องเรียน?

พินอิน ถือเป็นหัวใจในการออกเสียงภาษาจีนกลางที่ถูกต้องและเป็นมาตรฐาน 

อย่างที่รู้กันดีว่าประเทศจีนนั้นกว้างใหญ่ไพศาล มีภาษาถิ่นและสำเนียงที่แตกต่างกันมากมาย พินอินเลยเป็นเครื่องมือให้ชาวจีนทุกภูมิภาคออกเสียงได้ใกล้เคียงมาตรฐานมากที่สุด

สำหรับชาวต่างชาติอย่างเราๆก็เช่นกัน แม้จะอ่านตัวอักษรจีนไม่ได้ครบทุกตัว แต่ถ้ารู้จักพินอิน จะช่วยให้เราออกเสียงได้อย่างถูกต้องชัดเจนตามมาตรฐานมากขึ้น รวมทั้งสามารถเรียนรู้คำศัพท์ได้จำนวนมากขึ้นและรวดเร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย

มีเคล็ดลับในการเรียนพินอินไหม?

มีแน่นอนจ้ะ ถ้าทำตาม “3 เคล็ดลับ” ที่ Learning East แนะนำ พินอินพัฒนาไปไวแน่นอน

“เคล็ดลับข้อที่ 1” - ออกเสียงโดยวางตำแหน่งลิ้นและรูปปากให้ถูกต้อง เพื่อให้เสียงออกมาชัดเจน

“เคล็ดลับข้อที่ 2” - หมั่นทบทวนและออกเสียงตามบ่อยๆ จำไว้ว่ายิ่งฝึกฝน การออกเสียงของเราก็จะยิ่งเป๊ะ 

กำลังมองหาตัวช่วยไว้ฝึกพินอินที่บ้าน คลิกเลย... 

      ชุดเรียนรู้พินอินครบเซ็ท (หนังสือ + DVD + บัตรคำศัพท์) ราคา 360 บาท 

       หนังสือแบบฝึกหัด พินอินแสนสนุก + VCD ราคา 180 บาท

“เคล็ดลับข้อที่ 3” - ไม่ควร! เทียบเสียงเป็นภาษาไทย หรือเขียนตัวคาราโอเกะภาษาไทยกำกับไว้ข้างพินอิน

อาจดูเป็นทางลัดที่ดี แต่ไม่ใช่วิธีที่ยั่งยืนเลยและอาจจะได้การออกเสียงผิดๆติดตัวไว้เป็นของแถมอีกด้วย 

ถึงแม้ว่าคนไทยจะได้เปรียบในเรื่องการออกเสียงวรรณยุกต์ตามระบบพินอิน และภาษาไทยมีพยัญชนะมากถึง 44 ตัว ซึ่งมากกว่าพินอินที่มีแค่ 23 ตัว ทำให้ใครหลายคนเทียบเคียงเสียงอ่านพินอินโดยใช้พยัญชนะและสระภาษาไทย แต่การเขียนภาษาไทยกำกับเสียงอ่านระบบพินอินเป็นวิธีที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างมาก เพราะนอกจากผู้เรียนจะจำเสียงที่แท้จริงของระบบพินอินไม่ได้แล้ว ยังทำให้ออกเสียงผิดเพี้ยนไปจากเจ้าของภาษาอีกด้วย 

ดังนั้น ข้อแนะนำสำหรับผู้เริ่มเรียนคือหมั่นฝึกฝนออกเสียงและท่องจำระบบพินอินตั้งแต่ช่วงแรกของการเรียน จนสามารถออกเสียงได้อย่างเป็นธรรมชาติและเราจะไม่มีวันลืมตัวอ่านของพินอินอีกเลย และนี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม Learning East จึงรณรงค์ให้อ่านออกเสียงพินอินเอง และไม่สนับสนุนให้นักเรียนถอดเสียงพินอินโดยเขียนภาษาไทยกำกับไว้ เราหวังว่าผู้เรียนทุกคนจะสามารถเข้าใจและมั่นใจในการสื่อสารภาษาจีนได้อย่างเป็นธรรมชาตินะคะ

ใครที่ยังจำหรืออกเสียงพินอินไม่ได้ วันนี้เหล่าซือมีวีดีโอสอนร้องเพลงพินอิน เพื่อเป็นตัวช่วยของเด็กๆในการจดจำพยัญชนะและสระมาฝากกันด้วยนะคะ

ข่าวดีสำหรับพ่อแม่และผู้สนใจทั่วไปที่อยากเรียนพินอิน 

ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนเลิร์นนิ่งอีสท์ จัดอบรมพินอินฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย สำหรับผู้ปกครองนักเรียน Learning East และผู้สนใจทั่วไป ไม่อยากพลาดเวิร์คช็อปดีๆแบบนี้ อย่าลืมกด Like  https://www.facebook.com/LearningEast/ เพื่อติดตามข่าวสารจากเรานะคะ




บทความเพื่อคุณพ่อคุณแม่

5 แอพน่าโหลด สำหรับเด็กๆเรียนจีน
ลูกเราเป็นโรคสมาธิสั้น (ADHD) หรือไม่?
6 ข้อต้องห้ามก่อนโพสต์รูปลูกใน social media
4 คาถาป้องกันภัยจากคนแปลกหน้า
ทำอย่างไรดีเมื่อลูกพูดคำหยาบ?
สอนลูกเข้าสังคมง่ายนิดเดียว
6 เคล็ดลับพิชิตพฤติกรรมลูกกินยาก
“มื้อค่ำในบ้าน” ยามหัศจรรย์กระตุ้นพัฒนาการเด็ก



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนเลิร์นนิ่งอีสท์ ผู้เชียวชาญภาษาจีนสำหรับเด็ก www.learningeast.com ทดลองเรียนฟรี Tel: 02-7167836, 083-5469598