dot
dot
dot
bulletเพลย์กรุ๊ปภาษาจีนกลาง
bulletภาษาจีนกลางสำหรับเด็กเล็ก
bulletภาษาจีนสำหรับเด็กโต
bulletการออกเสียงภาษาจีนพินอิน
dot
dot
bulletซีดี-ดีวีดี CD-DVD
bulletบัตรคำศัพท์ Flash Cards
bulletพจนานุกรม Dictionary
bulletหนังสือนิทาน Picture Books
bulletพินอิน Chinese Pinyin
dot
dot
bulletวาดภาพพู่กันจีน
bulletChinese Evening Fun Club
dot
dot
bulletตารางเรียน
dot
dot
bulletคอร์สภาษาจีนช่วงปิดเทอม
bulletกิจกรรมหลักสูตรภาษาจีน
dot

dot




ลูกเราเป็นโรคสมาธิสั้น (ADHD) หรือไม่?

ทุกวันนี้คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ตื่นตัวและให้ความสนใจกับ โรคสมาธิสั้นหรือ ADHD กันมากขึ้น ที่ Learning East เอง เรามีผู้ปกครองที่พาน้องๆมาเรียนภาษาจีนและเล่าสู่กันฟังถึงโรคนี้ จนเริ่มรู้สึกว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้นเรื่อยๆ วันนี้เราเลยถือโอกาสรวบรวมข้อมูลโรคสมาธิสั้นแบบเข้าใจง๊ายง่ายมาฝากค่ะ

 

ก่อนอื่นท่านรู้หรือไม่

- นร.ไทย 40-50 คน มีเด็กสมาธิสั้นถึง 2 คน

- เด็กประถมในกรุงเทพฯ 5% เป็นโรคสมาธิสั้น

- เด็กผู้ชายเป็นโรคสมาธิสั้นมากกว่าเด็กผู้หญิง

- 60-85% ของเด็กสมาธิสั้นมีอาการจนถึงวัยรุ่น

- 40-50% ของเด็กสมาธิสั้นมีอาการจนเข้าสู่วัยผู้ใหญ่

- สาเหตุหลักของโรคสมาธิสั้นมาจาก "พันธุกรรม"

- "การสูบบุหรี่" ตอนตั้งครรภ์มีส่วนให้ลูกเป็นโรคสมาธิสั้น

- "การดูทีวีหรือเล่นไอแพด" ไม่ได้ทำให้เกิดโรคสมาธิสั้น แต่มีส่วนให้

อาการรุนแรงขึ้น

 

โรคสมาธิสั้นคืออะไร?

โรคสมาธิสั้น หรือ Attention-Deficit Hyperactivity Disorder (ADHD) เป็นภาวะบกพร่องในการทำหน้าที่ของสมอง ที่มีอาการหลักเป็นความผิดปกติทางพฤติกรรม 3 ด้าน

1. อาการขาดสมาธิต่อเนื่อง (Inattention)

2. อาการอยู่ไม่นิ่ง (Hyperactivity)

3. อาการหุนหันพลันแล่น (Impulsivity)

จะเริ่มแสดงอาการตั้งแต่อายุเท่าไหร่?

เด็กที่มีอาการอยู่ไม่นิ่ง (Hyperactivity) หรือหุนหันพลันแล่น (Impulsivity) จะสังเกตได้ตั้งแต่ช่วงอนุบาล คือ 4-6 ปี ส่วนเด็กที่มีอาการขาดสมาธิ (Inattention) จะสังเกตได้ยากเพราะไม่มีพฤติกรรมก่อกวน แต่จะเริ่มเห็นชัดเมื่อเรียนในชั้นสูงขึ้นและมีปัญหาเรื่องผลการเรียน

โตแล้วจะหายเองได้ไหม?

โรคสมาธิสั้นสามารถรักษาให้อาการดีขึ้นหรือหายขาดได้ แต่เด็ก 60-85% จะยังมีอาการจนเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นและ 40-50% จะมีอาการต่อเนื่องไปถึงวัยผู้ใหญ่

ถ้าสงสัยว่าลูกเป็นโรคสมาธิสั้นควรทำอย่างไร?

ควรพาไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง อาจเริ่มจากพาไปหาแพทย์ทั่วไป ถ้าเด็กมีอาการรุนแรงหรือมีโรคที่พบร่วมที่รุนแรง หมออาจแนะนำให้ส่งต่อเพื่อปรึกษากุมารแพทย์หรือจิตแพทย์ให้ดูแลต่อไป ยังมีอาการจนเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นและ 40-50% จะมีอาการต่อเนื่องไปถึงวัยผู้ใหญ่

แล้วเราจะมีวิธีสังเกตลูกได้อย่างไร?

1. อาการขาดสมาธิต่อเนื่อง (Inattention)

- วอกแวกตามสิ่งเร้าได้ง่าย ทำอะไรได้ไม่นาน

- บางครั้งดูเหม่อลอย เบื่อง่าย

- ทำของหายบ่อย หลงลืมกิจวัตรที่ต้องทำเป็นประจำ

- ดูเหมือนไม่ฟังเวลามีคนพูดด้วย

- ขาดความละเอียดรอบคอบ

- ทำงานที่ต้องใช้ความพยายามไม่เสร็จ หรือทำไม่เรียบร้อย

- หลีกเลี่ยงงานที่ต้องใช้ความตั้งใจหรือความพยายาม

2. อาการไม่อยู่นิ่ง (Hyperactivity)

- ยุกยิก ไม่อยู่เฉย นั่งกับที่ไม่ได้นาน

- ชอบเดินไปมา หรือเดินออกจากห้องเรียน

- ชอบปีนป่าย ซุกซนมากกว่าเด็กปกติ

3. อาการหุนหันพลันแล่น (Impulsivity)

- ใจร้อน วู่วาม ขาดการยั้งคิด บางครั้งดูเหมือนก้าวร้าว

- อดทนรอคอยไม่ได้ รอให้ถึงคิวตัวเองไม่ได้

- ชอบพูดแทรก หรือขัดจังหวะคนอื่น 

- มักพูดโพล่งออกมาโดยไม่ฟังคำถามให้จบ

หากพบว่าลูกเป็นเด็กสมาธิสั้น พ่อแม่จะช่วยเหลือลูกน้อยได้อย่างไร?

เด็กสมาธิสั้นจะไม่สามารถจัดระเบียบหรือวางแผนสิ่งต่างๆที่เป็นระเบียบแบบแผนได้ด้วยตัวเอง พ่อแม่อาจช่วยกำหนดกิจวัตรประจำวันให้เป็นแบบแผน แบ่งงานให้ทำทีละน้อย และคอยกำกับให้ลูกทำจนเสร็จ อย่าลืมว่าพ่อแม่ต้องบอกเขาล่วงหน้าในสิ่งที่ต้องการให้ทำ และพูดในขณะที่เด็กพร้อมที่จะฟัง รวมทั้งเป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องอดทนรอคอยและความมีระเบียบด้วย

ถ้าเด็กก่อกวนมากๆจะรับมืออย่างไรดี?

ควรใช้วิธีนุ่มนวลเพื่อหยุดพฤติกรรมหรือเบนความสนใจให้ทำกิจกรรมอื่นแทน ถ้าไม่ได้ผล ควรใช้ท่าทีที่เอาจริงและสงบจัดการ เช่น แยกให้เด็กอยู่มุมสงบตามลำพังชั่วคราว หรือลงโทษด้วยการลดเวลาดูโทรทัศน์เป็นต้นในทางกลับกัน ถ้ารู้สึกว่าวันนี้เด็กมีความประพฤติที่ดีก็ควรชื่นชมทันที และอาจให้แรงเสริมเพื่อให้เด็กเพิ่มพฤติกรรมที่พ่อแม่ต้องการ เช่น ให้ดาวสะสมคะแนนไว้แลกของรางวัลหรือสิทธิพิเศษต่างๆ

การรักษาด้วยยาช่วยได้จริงหรือ?

ในการรักษาโรคสมาธิสั้น แพทย์นิยมใช้ยา Methylphenidate ซึ่งออกฤทธิ์ที่สมองทำให้เด็กควบคุมตัวเองได้ดีขึ้นและมีสมาธิจดจ่อนานขึ้น มีการศึกษาพบว่าการใช้ยาตามแนวทางที่ถูกต้อง จะได้ผลดีกว่าการรักษาด้วยการปรับพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว

รู้แบบนี้แล้ว การรับมือกับเด็กสมาธิสั้นก็ไม่ใช่เรื่องยากนะคะ เพียงแต่เราต้องเข้าใจและให้เวลากับเขามากขึ้น

 ----------------------------------------------------------------------------------------------------------

พบบทความและสาระดีๆเกี่ยวกับการเรียนรู้ภาษาจีนและการสังเกตพฤติกรรมลูกน้อย ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ 7 โมงเช้าเป็นต้นไปที่

www.facebook.com/learningeast




บทความเพื่อคุณพ่อคุณแม่

พินอินคืออะไร
5 แอพน่าโหลด สำหรับเด็กๆเรียนจีน
6 ข้อต้องห้ามก่อนโพสต์รูปลูกใน social media
4 คาถาป้องกันภัยจากคนแปลกหน้า
ทำอย่างไรดีเมื่อลูกพูดคำหยาบ?
สอนลูกเข้าสังคมง่ายนิดเดียว
6 เคล็ดลับพิชิตพฤติกรรมลูกกินยาก
“มื้อค่ำในบ้าน” ยามหัศจรรย์กระตุ้นพัฒนาการเด็ก



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนเลิร์นนิ่งอีสท์ ผู้เชียวชาญภาษาจีนสำหรับเด็ก www.learningeast.com ทดลองเรียนฟรี Tel: 02-7167836, 083-5469598